รังสีอัลตราไวโอเล็ตหรือแสง UV เป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วง 10 nm (นาโนเมตร) ถึง 400 nm ซึ่งมีความถี่ที่สูงกว่าที่ตาเรามองเห็นได้

แสงดังกล่าวถูกตั้งชื่อเช่นนี้เพราะสเปกตรัมของมันประกอบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มีความถี่สูงกว่าระดับที่สายตามนุษย์จะมองเห็นทั้งหมดจะเห็นเพียงแค่เป็นสีม่วงเพียงเล็กน้อย แต่แมลงและสัตว์หลายชนิดจะมองเห็น

แสง UV สามารถแบ่งได้ตามความยาวคลื่น ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปดังนี้

  • UV-A (400 – 315 nm): รังสี UV แบบคลื่นยาว หรือที่รู้จักในชื่อ “แบล็กไลท์” ซึ่งใช้ในการรักษาอาการทางผิวหนัง
  • UV-B (315 – 280 nm): รังสี UV แบบคลื่นกลาง ซึ่งทำให้เกิดอาการแดดเผาได้หากสัมผัสรังสีนี้นานเกินไป
  • UV-C (280 – 100 nm): รังสี UV ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหรือเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ความยาวคลื่นนี้ รังสี UV จะทำลายดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างไวรัส, แบคทีเรีย, เชื้อราและเชื้อโรคชนิดต่างๆ หยุดยั้งประสิทธิภาพในการแพร่พันธุ์ และฆ่าพาหะเหล่านี้ในที่สุด

ต้องฉายแสงนานแค่ไหนจึงจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ ?

  • ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสและแบคทีเรียที่ต้องการฆ่าเชื้อ
  • จุลชีพแต่ละชนิดต้องใช้เวลาการฉายแสงที่ต่างกันเพื่อให้ฆ่าเชื้อได้ 99 – 99.9%